ช่วยหนูด้วย

posted on 06 Dec 2007 14:23 by baansornsee  in Articles

                

         ( ภาพนี้ นำมาจาก kapook.com ค่ะ )

  สัตว์โลกที่เรียกว่า มนุษย์นั้น   กว่าจะเติบโตขึ้นมา จนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ  ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และยังมีอีกหลายๆชีวิตที่เติบโตมาพร้อมกับความไม่ปกติของใจ   เนื่องจากอดีตได้บ่มเพาะบาดแผลของจิตใจมาแต่เด็ก ๆ อย่างไม่รู้สึกตัว  ด้วยความเคยชิน  และชินชา ต่อกิจวัตรประจำวันที่ถูกบังคับให้กระทำ  โดยไม่เข้าใจถึงความหมายต่อสิ่งที่ผู้ใหญ่แต้มเติม และยัดเยียดให้   ในด้านบวก มีผู้กระทำให้ในทุกเรื่องไม่เว้นแม้เรื่องง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันของเด็ก    

  • คงเคยเห็นภาพของคุณพ่อหรือคุณแม่ ที่เฝ้าพะเน้าพะนอลูก  ทั้งปลอบ  ทั้งขอร้องเพียงให้ลูก กินอาหาร มื้อนั้น ด้วยสองมือแม่หรือพ่อที่คอยประคองถ้วย  ถือช้อนเดินตามลูกอายุ 9  ขวบต้อย ๆ ใช่ไหม  
  • เลือกสรรทุกสิ่งอย่างที่ดีที่สุดให้  โดยไม่ได้ถาม ถึงความต้องการของเด็ก  ว่าชอบหรือไม่ชอบ   
  • ปั้นแต่งลูกให้พยายามที่จะเป็น  ในสิ่งที่พ่อหรือแม่ เคยอยากจะเป็น  โดยไม่เข้าใจถึงความพร้อมของลูกโดยใช้คำพูดยอดฮิตว่า  ทั้งหมดที่พ่อและแม่ทำ  เพราะรักหนู อยากให้หนู..........อยากให้หนูโตขึ้นเป็น...............อยากให้หนูเก่งเหมือน.........................อยากให้หนูเป็นดาราดังเหมือน.................อยากให้หนูสวยเหมือน.............อยากให้หนูรวยเหมือน..............อยาก.....อยาก.....อยาก.................
  • ลูกข้าใครอย่าแตะ   ไม่รับฟังความคิดเห็นจากครูบาอาจารย์ ว่าลูกของตนนั้นมีพฤติกรรมแตกต่างจากที่อยู่บ้านอย่างไร   หากลูกมีปัญหากับใคร  "ฉันจะฟ้องผู้อำนวยการ ว่า......................."
  • คุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวลา  มีแต่กำลังทรัพย์ ที่ทุ่มสุดตัวเพื่อลูกรัก  ให้เงินเป็นผู้เลี้ยงดู

          การเลี้ยงดูอย่างอิสระ คือ ปล่อยให้เด็กดำเนินชีวิต ไปอย่างอิสระไม่มีเวลาดูแล  เนื่องจากหาเช้ากินค่ำจริง ๆ  ไปจนถึง การทำร้ายโดยตรงทั้งร่างกายและจิตใจ   สาเหตุจากการทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัวอย่างรุนแรง    พ่อแม่ติดยาเสพติด   และรวมถึง การกระทำทารุณต่างๆ

 ไม่ว่าจะเป็นด้านบวกที่มีมากเกินไปจนกลายเป็นด้านลบหรือด้านลบจริงๆ    ล้วนแล้วแต่เป็นบทสรุปของการทำร้ายเขาทั้งทางตรงและทางอ้อม 

คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย  ลองเปิดใจถามตนเองอย่างตรงไปตรงมา  ว่าได้เคยปฏิบัติต่อลูกดัง 2 แนวทางนี้หรือไม่ ?

แนวทาง แรก·      

  • การพูดคุยสื่อสารสนทนากัน  โดยเป็นผู้รับฟังที่ดี  และให้เขาแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เขาพูด  ในเรื่องที่เขากระทำ ให้เขาได้ตอบเองว่า  สิ่งที่เขาคิดและทำนั้น  ดีหรือไม่ดีอย่างไร   เป็นการเน้นย้ำเข้าไปสู่ในใจของเขา  เขาจะค่อย ๆ เข้าใจ ไปในทุก ๆ เรื่อง ด้วยตนเอง   หากสิ่งที่เขาทำลงไปนั้นเป็นการทำร้ายผู้อื่นให้ได้รับความเจ็บปวด  ให้ถามเขาว่า   หากมีใครทำกับเขาเช่นเดียวกันเขาจะรู้สึกอย่างไร   ·      
  • การโอบกอดเขาด้วยความรัก ซึ่งเป็นภาษาใจสู่กาย ให้เขาได้รับรู้ถึงความรักที่คุณมีต่อเขา   จากการได้รับรู้พฤติกรรมอารมณ์ของเด็กที่ระบายสีลงภาพ  เด็กชายและหญิง อายุ 6 12 ปี  ต้องการให้พ่อ โอบกอดเขา เหมือนที่เคยได้รับตอนเป็นเด็กเล็กอีก     ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่มีพฤติกรรมเช่นนั้นอีก ตามวัยที่เขาโตขึ้น

 

  •  การทำกิจกรรมร่วมกัน

o     การประดิษฐ์, การเย็บปักถักร้อย, การระบายสี, การวาดภาพ  ร่วมกัน

o      การซ่อมแซมวัสดุ  ในบ้าน  โดยให้เขามีส่วนร่วม

o      การเล่นเกม 

o      การออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านเป็นครั้งคราว

o      การไปพักผ่อนในสถานที่ตากอากาศด้วยกัน

o      การไปชมนิทรรศการต่างๆ  หรือการออกไปชมภาพยนตร์

·       การดูแลเอาใจใส่

o      ให้กำลังใจยามเขาท้อแท้ต่อสิ่งที่เขาพยายามทำให้สำเร็จ

o      ปลอบใจเขา  เมื่อเขารู้สึกสูญเสียสิ่งที่รัก

o      ให้เขารู้สึกว่ามีคุณอยู่เสมอ เมื่อเขากำลังฝ่าฟันต่ออุปสรรคใด ๆ

หากคุณมีพฤติกรรมการแสดงออกต่อลูกของคุณ ดังกล่าวข้างต้น  และคุณยังคงปฏิบัติอยู่อย่างสม่ำเสมอ เป็นอันแน่ใจได้เลยว่า   ลูกของคุณจะเติบโต ขึ้นมาพร้อมวุฒิภาวะทางอารมณ์ ,  รู้จักตนเอง, ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน   ที่สำคัญที่สุด  เด็กจะคิดเป็น  และไม่ว่าเขาจะอยู่ในสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมเช่นไร  เขาจะใช้ความคิดที่เขาได้ฝึกมากับคุณ  เป็นปัญญาส่องทางให้เขาได้เลือกประพฤติปฏิบัติได้ถูกต้อง   นั่นหมายถึง  สันติสุขได้เกิดขึ้นกับครอบครัวของคุณ  ซึ่งจะยังผลให้ได้ขยายวงกว้างออกไปด้วยผลของมันเอง 

แนวทางที่ สอง

หากคุณปฏิบัติต่อลูกคุณดังต่อไปนี้

·       กิจวัตรประจำวันของเขา ตั้งแต่เรื่องพื้นฐาน ครอบคลุมไปทุกเรื่องราว  มีคุณเป็นแกนนำ

·       สร้างความน่าจะเป็นให้เขา  ในสิ่งที่คุณเคยอยากเป็นมาก่อน โดยไม่คำนึงถึงความพร้อมของเขา

·       เปรียบเทียบเขา กับลูกของคนอื่น  ลูกคนอื่นดีพร้อมเสมอ ยกเว้นลูกของคุณเอง

·       ยังลงโทษเขาด้วยการกระทบกระแทกแดกดัน,  ดุด่า, เฆี่ยนตี   โดยยึดหลักว่า  รักวัวให้ผูก  รักลูกให้ตี

·       มีแต่คำสั่ง  อย่า.................,   ห้าม....................... โดยเด็ดขาด

·       ผัดวันประกันพรุ่ง ต่อคำถามที่เขาต้องการให้คุณตอบ

·       ห้ามเขาในสิ่งที่คุณกระทำให้เขาเห็น

·       พูดคุยกัน โดยใช้อารมณ์เข้าหากัน 

·       สอนลูก ไม่ให้แพ้   ต้องเอาชนะอย่างเดียว

พฤติกรรมดังกล่าวนี้  จะส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมกร้าวร้าว, เอาแต่ใจตนเองเป็นที่ตั้ง ,  ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้, ขาดความเมตตา, มองโลกในแง่ร้าย  ให้อภัยใครไม่เป็น, มีความแค้นเป็นที่ตั้ง และที่สำคัญ  เขาคิดไม่เป็น   พร้อมกันนั้นเขาจะเติบโตขึ้นมาเพียงร่างกาย แต่สภาวะอารมณ์ไม่ได้เติบโตตามไปด้วย  และในอนาคตจะมีผู้ใหญ่ที่เอาแต่ใจตนเอง   พฤติกรรมกร้าวร้าวพร้อมที่จะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน   เนื่องจากความคิดและการกระทำของตนเองอยู่เสมอ

คุณเท่านั้น   ที่จะช่วยเขาได้   

คุณจะเลือกการปฏิบัติต่อลูกของคุณ ด้วยแนวทางใหน   หากคุณเลือกปฏิบัติต่อเขาด้วยแนวทางแรก      เมื่อนั้น สัญญาณขอความช่วยเหลือ ว่า  ช่วยหนูด้วย  ก็จะดับเอง

  0 Comments 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

#1 By (125.25.142.206) on 2008-04-29 15:09